วันอาทิตย์, 18 เมษายน 2564

รีวิว ภาพยนตร์ The Irishman

10 ก.พ. 2021
70

ภาพยนตร์ The Irishman ภาพยนตร์แนว Epic Crime

The Irishman เรื่องราวที่หยิบมาจากเรื่องจริงของบุคคลผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การให้สัมภาษณ์ของของแฟรงค์ ชีแรนในบ้านพักคนชราในตอนต้นเรื่องที่กลายมาเป็น หนังสือ I Heard You Paint Houses บ่งบอกบรรยายในยุค50-80s ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศ ในยุคอดีตที่สามารถทำให้เราย้อนช่วงเวลาไปได้เลย

หนังเล่าเรื่องราวองค์กรอาชญากรรมในอเมริกาช่วงหลังสงครามผ่านมุมมองของ แฟรงก์ เซีบรัน รับบทโดย Robert De Niro มาเฟียชาวไอริชที่รอดชีวิตจากสงครามเข้ามาทำมาหากินในแผ่นดินอเมริกา การอดีตทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากคนขับรถขายเนื้อในช่วงศตวรรษที่ 20 เขาได้ถูกว่าจ้างไปสู่การเป็นมือขวาของมาเฟียระดับพระกาฬรัสเซล บัฟฟาลิโน่ รับบทโดย Joe Pesciอีกทั้งยังมี จิมมี่ ฮอฟฟา รับบทโดย Al Pacino ผู้นำสหภาพแรงงานในตำนาน

ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเขตแรงงานคนสำคัญ เขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของเหล่ามาเฟียต่างๆ ด้วยการไปทาสีบ้าน ให้กับมิตรสหายด้วยความซื่อสัตย์ และแลกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความปวดร้าวจากครอบครัวของเขาเอง เรื่องราวที่ดำเนินไปในช่วงระยะเวลา 10 ปี กับการที่จิมมี่ ฮอฟฟา หายตัวไป เป็นปริศนาที่ยังไม่มีการไขให้กระจ่างในประวัติศาสตร์อเมริกา พร้อมข้อมูลล้วงลึกไปถึงองค์กรอาชญากรรมในด้านที่ไม่มีใครได้รู้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบคลุกวงใน หรือระดับชาติ

หนังใช้เวลายืดยาวเล่าตั้งแต่ต้นตอของการเข้ามาสู่เส้นทางมือปืน การเล่าแบบขมวดปมที่ดูไม่ได้เร่งเร้าแต่ชวนลุ้นอยากรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะจบด้วยความน่าสะเทือนใจ 

หนังให้ความเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในยุค 50-80s ทั้งการแต่งตัว อุปกรณ์เข้าฉาก และสถานที่ ซึ่งรายละเอียดสามารถสัมผัสได้ถึงงานด้านภาพและการตัดต่ออย่างใส่ใจ

ฉากลองเทคที่ต้องการเน้นว่าตัวละครนี้มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง พร้อมด้วยการใช้เทคโนโลยี De-Aging CGI ทำให้นักแสดงดูเยาว์วัยลง 20 ปี เพื่อจะได้ใช้นักแสดงคนเดิมรับบทในช่วงเวลาที่ต่างกัน ยิ่งทำให้ดูสมจริงมากขึ้น

ด้านงานภาพนั้นสุดอีกจริงๆทั้งเรื่องของการเล่นแสงเงา 

มุมกล้องแม้จะไม่ได้มีฉากแอคชั่นอะไรแต่มุมกล้องแต่ละมุมมันทำได้ดีสื่ออารมณ์ในแต่ละซีนนั้นๆ ด้านเพลงประกอบก็ไม่น้อยหน้า เป็นเพลงยุค 60s ที่นำมาลงกับตัวเรื่องได้อย่างดี 

งานนี้ Martin Scorsese ยิ้มหน้าบานไปเลยกับผลงานที่เขากำกับกับภาพยนตร์ที่มีความยาวราวสามชั่วโมงครึ่ง เรียกได้ว่า ยาวสุดกันไปเลย โดยหนังสร้างโลกมาเฟียที่มีโครงสร้างชัดเจนผ่านสหภาพแรงงานที่ประธานสหภาพแทบไม่ต่างจากหัวหน้ากลุ่มมาเฟีย เป็นระบบอุปถัมภ์แบบเจ้าพ่ออย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งข้อดีอย่างแรกเลยคือทำให้มันต่างจากหนังมาเฟียส่วนใหญ่ที่จะวนเวียนกับการค้าของเถื่อน หรือฆ่ากันเพราะขัดผลประโยชน์ทางการค้า แต่กับเล่นในแง่สายสัมพันธ์ต่างๆก็ตัวละคร

บทสรุปที่ขัดเจนของภาพยนตร์ The Irishmanคือ หนังเจ้าพ่อที่ให้อรรถรสครบในทุกรูปแบบที่หนังควรจะมี

ดูหนังออนไลน์ https://nungs.io/z/600