รีวิว ภาพยนตร์ Dragon Rider

ภาพยนตร์ Dragon Rider ภาพยนตร์แนว Animated Fantasy การกลับมาแห่งเจ้ามังกรแสนน่ารักที่กำลังจะถูกกำจัดด้วยการล่าของพวกมนุษย์ หนังAnimation แฟนตาซีภาพสวย ที่ทำให้เด็กๆคงอยากมีมังกรสักตัวเอามาเลี้ยงแทนหมาที่บ้านกันเลยทีเดียว เนื้อเรื่องของมังกรหนุ่มสีเงินFiredrake พากษ์เสียงโดย Thomas Brodie มังกรที่จะไม่ทนกับการซ่อนตัวในหุบเขา การที่ต้องคอยหลบตัวเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับFiredrake จากการไล่ล่าของพวกมนุษย์ที่จะทำร้ายรังอาศัยของเหล่ามังกร Firedrake และ Sorrellพากษ์เสียงโดย Felicity Jones จึงต้องออกค้นหาอณาจักรขอบสวรรค์ที่เขาคิดว่าปลอดภัยซึ่งเป็นตำนานอันลึกลับของเหล่ามังกรที่เล่ากันต่อมารุ่นสู่รุ่น การเดินทาง Firedrake และ Sorrell ทำให้เขาเจอกับ Ben รับบทโดยFreddie Highmore

เด็กกำพร้าที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้ขี่มังกรDragon rider การผจญภัยของสามเกลอเพื่อนซื้ต่างสายพันธุ์จึงเริ่มต้นขึ้น สิ่งที่พวกเขาต้องเจอเป็นอุปสรรคที่เสี่ยงด้วยชีวิตจากการถูกไล่ล่าของNettlebrandรับบทโดย Patrick Stewart ปีศาจตัวร้ายจากมนตราแร่แปรธาตุที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อทำลายมังกรให้หมดสิ้นไปจากโลกมนุษย์ ถือว่าเป็นAnimation จากประเทศเยอรมันนีที่ภาพสวยมากต้องยอมรับจริงๆว่าสวยจัด 

เปิดฉากด้วยการเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในอดีตแบบรวบรัด ว่าแต่เดิมมนุษย์กับมังกรอยู่ด้วยกันอย่างสันติ แต่มาวันหนึ่งมนุษย์เกิดโลภอยากได้พื้นที่ครอบครองมากขึ้น จึงทำให้พวกมังกรถูกรุกราน พรอตหนังค่อนข้างหลวม แถบจะไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของตัวร้ายสักเท่าไรแต่เนื้อเรื่องนำเสนอเเบบกระชับบรวดเร็วถึงทำให้หนังพอไปวัดไปวาได้ ฉากแอ็คชั่นใส่มาน้อยไปหน่อยไม่โดดเด่นหรือทำให้จดจำได้เลยด้านตัวละครมีเสน่ห์ความมุ้งมิ้งของเจ้ามังกรดูน่ารัก มุกที่สอดแทรกต้องยอมรับในเรื่องทำออกมาได้ค่องข้างดีบางมุกอาจจะดูพื้นๆ ปล่อยในจังหวะพอยิ้มได้ไม่ได้ไม่ถึงกับฮาลั่นๆ  การดำเนินเรื่องจึงเน้นไปในทางผจญภัยตามหาดินแดนสวรรค์ ซึ่งก็จะมีอุปสรรคต่างๆ และต้องไขปริศนาจากตำนานด้วย และในระหว่างทางก็จะได้พบเห็นสัตว์ในตำนานต่างๆ ทางทีมงานน่าใส่บทให้กับตัวละครอื่นๆให้มีบทบาทในหนังมากกว่านี้หน่อย 

ด้านการให้เสียงพากษ์ Thomas Brodie-Sangster ดูจะโดเด่นสุด กับการพากษ์ที่ได้อารมณ์ เหมือนเจ้า Firedrake สามารถพูดออกมาได้จริง ส่วนด้านFreddie Highmoreก็ทำหน้าที่ให้เสียงของBenได้ดีอย่างไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว การลงน้ำหนักของเสียงฟังแล้ว ไม่อึดอัดแทนตัวละคร มีความสนุกและน่าติดตามจากการใช้เสียง

ถือว่าผลงานการกำกับTomer Eshed ในหนังแอนิเมชันเรื่องแรกทำได้อย่างน่าสนใจ เรียกว่าสอบแบบเฉียดฉิว ตัวหนังมีความเรียลหลายอย่างทั้งการเล่าเรื่องมังกรในยุคปัจจุบันที่ข้อพิพาทกับการรุกรานธรรมชาติของมนุษย์ หรือการเอาตำนานมาเล่าสอดคล้องกับโลกยุคเทคโนโลยีแบบเฮฮา

สำหรับแฟนอนิเมชั่นที่เกี่ยวกับมังกร คงหลีกหนีไม่ได้ที่จะโดนนำมาเปรียบเทียบกับทำหนังเรื่อง How to Train The Dragon ซึ่งเนื้อเรื่องค่อนข้างแตกต่าง ความสนุกจึงต่างออกไป  โดยรวมแล้วจัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์ใหม่อะไร ควรรับชมด้วยการไม่คาดหวัง เนื้อเรื่องดีและภาพสวยกว่าที่คาด มีมุกตลกจากสามเพื่อนซี้แก็งคเดินทางให้ได้ขำเป็นระยะ เรียกว่าเป็นหนังฟิลกู้ด อีกหนึ่งเรื่องที่เหมาะสมดูได้กันทั้งครอบครัว

ดูหนัง https://nungs.io/